นายกเทศมนตรีจากเมืองต่าง ๆ ของจีนและประเทศในอาเซียน ร่วมนำเสนอ 5 แนวคิดหลักสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน

 การประชุม China-ASEAN Mayors’ Forum 2019 เปิดฉากขึ้นที่นครหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “ส่งเสริมความร่วมมือและการพัฒนาที่ยั่งยืนระหว่างเมืองต่าง ๆ ของจีนและอาเซียน เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่สดใสบนเส้นทางสายไหม” และได้รับเกียรติจากผู้ร่วมงานกว่า 300 คนในประเทศจีนและอีกหลายประเทศมาอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยเว็บไซต์ CRI Online ของสถานีวิทยุกระจายเสียงนานาชาติแห่งประเทศจีน ให้การสนับสนุนด้านสื่อภายในงาน

เนื่องจากการประชุมครั้งนี้เน้นในเรื่องของความร่วมมือทางวัฒนธรรมระดับภูมิภาค และการพัฒนาร่วมระหว่างจีนและประเทศอาเซียน ผู้เข้าร่วมประชุมจึงมุ่งหารือกันใน 3 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ การเชื่อมต่อ ความร่วมมือทางธุรกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อสนับสนุนความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนที่ยั่งยืนและมีคุณภาพระหว่างเมืองของจีนและอาเซียน ทั้งในแง่ของนโยบาย สิ่งอำนวยความสะดวก การค้า การลงทุน ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ขณะเดียวกันก็สร้างชุมชนจีน-อาเซียนที่ตระหนักและเคารพในเรื่องการมีจุดหมายร่วมกันของภูมิภาค คุณเฉิน อู่ ประธาน ผู้ว่าการเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อสร้างระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเล (Land-Sea Trade Corridor) ภาคตะวันตก เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอาเซียน ยกระดับ China-ASEAN Information Harbor พัฒนา “เส้นทางสายไหมดิจิทัล” และศูนย์กลางทางการเงินที่รวมประเทศอาเซียน ตลอดจนสนับสนุนการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างจีนและประเทศในอาเซียน คุณเฉินกล่าวเสริมว่า กว่างซีวางแผนที่จะเร่งดำเนินงานที่เกี่ยวข้องในการจัดตั้งเขตการค้าเสรีนำร่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะคว้าโอกาสใหม่ ๆ ในด้านการพัฒนา สร้างปัจจัยขับเคลื่อนใหม่สำหรับความร่วมมือและการแลกเปลี่ยน ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินการตามแนวคิดการพัฒนาที่สำคัญ 5 ประการ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในโลกแห่งความเป็นจริง

การประชุม China-ASEAN Mayors’ Forum ประสบความสำเร็จในการจัดงานมาแล้ว 4 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2005 นายกเทศมนตรีที่เข้าร่วมงานมาจากเกือบ 200 เมืองของ 20 มณฑลและเขตเทศบาลของจีน รวมถึงจาก 9 ประเทศในอาเซียน ผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 80% เป็นนายกเทศมนตรีเขตเทศบาลหรือข้าราชการระดับสูง