KBank Private Banking (เคแบงก์ ไพรเวทแบงก์กิ้ง) ผู้นำบริการที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพย์สินครอบครัวเจ้าแรกในไทย เผยอินไซต์ลูกค้ากว่า 15% ต้องเผชิญกับความขัดแย้งระหว่างสมาชิกในครอบครัวอันเนื่องมาจากการจัดการธุรกิจครอบครัวและทรัพย์สินกงสี จึงเป็นที่มาของการนำเสนอบริการใหม่ “Reconciliation Service” หรือบริการแก้ไขความขัดแย้งของครอบครัว เพื่อช่วยไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและยุติปมความขัดแย้งในครอบครัวโดยผู้เชี่ยวชาญ ชู จุดเด่นของบริการ ได้แก่ รักษาสายสัมพันธ์ครอบครัว ยุติความขัดแย้งในระยะเวลาอันสั้น จัดการกงสีและธุรกิจได้อย่างราบรื่น ชี้ธุรกิจครอบครัวมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย หากไม่สามารถไปต่ออย่างยั่งยืนได้ อาจส่งผลกระทบต่อ GDP ประเทศ

นายพีระพัฒน์ เหรียญประยูร Managing Director, Wealth Planning and Non Capital Market Head, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่ “ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง ประกอบกับการเปลี่ยนผ่านระหว่างรุ่น และการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการดำเนินธุรกิจครอบครัว ส่งผลให้กลุ่มลูกค้าบุคคลสินทรัพย์สูงเกิดความตื่นตัวและตระหนักถึงความสำคัญในการบริหารจัดการและวางแผนทรัพย์สินครอบครัวเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลง โดยลูกค้าส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญเรื่องการวางแผนการส่งต่อธุรกิจครอบครัวเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก จากการที่ทีมงานได้ให้บริการลูกค้ารวมกว่า 4,000 รายหรือประมาณ 790 ครอบครัว พบว่ากว่า 15% ของลูกค้าที่มีความต้องการวางแผนการบริหารสินทรัพย์ครอบครัว ต้องเผชิญกับปมปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัวที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ และอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจครอบครัวถึงขั้นสะดุดหยุดลงได้ ซึ่งหากธุรกิจครอบครัวของลูกค้าไม่สามารถไปต่อได้ อาจจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย

จากรายงานพบว่ากว่า 80% ของ GDP ประเทศไทยมาจากรายได้ของธุรกิจครอบครัวและบริษัทจำนวน ใน ของธุรกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์คือกลุ่มธุรกิจครอบครัว ธุรกิจครอบครัวจึงถือเป็นสัดส่วนธุรกิจที่ใหญ่มาก อาจเรียกได้ว่าเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจประเทศไทย ดังนั้น การรักษาและส่งต่อธุรกิจครอบครัวให้ยั่งยืนจึงถือเป็นการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยด้วยเช่นกัน

แน่นอนว่าคงไม่มีครอบครัวไหนที่จะเห็นพ้องต้องกันไปเสียทุกเรื่อง ก่อนหน้านี้ KBank Private Banking มีบริการที่จะช่วยลูกค้าในการหาทางออกร่วมกันหรือแนวทางการแก้ไขความขัดแย้งในอนาคตผ่านการกำหนดกติกาครอบครัวหรือการทำธรรมนูญครอบครัวผ่านบริการ Family Continuity Planning อยู่แล้ว แต่สำหรับลูกค้ากว่า 15% ที่ได้กล่าวมานั้นมีระดับความขัดแย้งที่มากเกินกว่าจะหาข้อตกลงร่วมกันเองได้ เราจึงได้เปิดตัวบริการใหม่ภายใต้ชื่อ Reconciliation Service  หรือบริการแก้ไขความขัดแย้งของครอบครัว โดยมีผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านการเจรจาไกล่เกลี่ยโดยใช้หลักจิตวิทยา ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเข้ามาช่วยลูกค้าให้สามารถยุติข้อพิพาทและหาทางออกร่วมกันเพื่อให้การจัดการกงสีและธุรกิจครอบครัวสามารถดำเนินงานต่อไปได้อย่างราบรื่น” นายพีระพัฒน์ กล่าวเสริม

จุดเด่นของบริการ “Reconciliation Service” เพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและยุติปมความขัดแย้งในธุรกิจครอบครัวมีดังนี้

รักษาสายสัมพันธ์ครอบครัว: ความขัดแย้งที่ไม่อาจหาข้อสรุปได้ มักจะถูกยกระดับขึ้นเป็นการฟ้องร้อง ซึ่งจะสร้างรอยร้าวในความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว เพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลามไปถึงจุดนั้น KBank Private Banking จึงนำผู้เชี่ยวชาญในการยุติความขัดแย้งที่มีประสบการณ์สูง ดึงหลักจิตวิทยาเข้ามาช่วยในการเจรจา ทำให้หลายครอบครัวสามารถรักษาความสัมพันธ์อันดีเอาไว้ได้ 
 
ยุติความขัดแย้งในระยะเวลาอันสั้: ข้อได้เปรียบของบริการ Reconciliation Service คือ การช่วยย่นย่อทั้งระยะเวลาในการดำเนินการ รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นหากต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเต็มรูปแบบในชั้นศาล โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่ให้ความเห็นของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายอย่างเป็นกลางและครบถ้วน
จัดการกงสีและธุรกิจได้อย่างราบรื่น: เมื่อครอบครัวได้ทางออกในข้อพิพาทแล้ว ผู้เชี่ยวชาญของ KBank Private Banking สามารถช่วยจัดการวางแผนส่งต่อธุรกิจครอบครัวหรือจัดทำธรรมนูญครอบครัวใหม่ได้ในทันที ทำให้เกิดความราบรื่นและมีประสิทธิภาพในทุกขั้นตอน
“ด้วยประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาการบริหารทรัพย์สินครอบครัว เราพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นภายในครอบครัวมักจะหาข้อสรุปได้ยาก เพราะขาดคนกลางในการช่วยไกล่เกลี่ย จึงต้องการมืออาชีพที่ให้ข้อมูลทุกฝ่ายได้อย่างครบถ้วน และมั่นใจว่าจะมีความเป็นกลางไม่โอนเอียงหรือเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง การที่ KBank Private Banking เข้ามาให้บริการ Reconciliation Service นอกจากความเข้าใจในบริบทครอบครัวและรูปแบบทรัพย์สินของลูกค้าที่ถือครองอยู่แล้วนั้น ทีมงานจะมีขั้นตอนการตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) ของลูกค้า คู่กรณี และ ผู้ไกล่เกลี่ย จึงทำให้หลายครอบครัวเชื่อมั่นในทีมงานและสามารถหาข้อสรุปตามความต้องการของทุกฝ่ายได้” นายพีระพัฒน์ กล่าวสรุป

นอกจากบริการใหม่ Reconciliation Service ซึ่งอยู่ภายใต้บริการในกลุ่ม การสร้างกติกาครอบครัวและการสืบทอดธุรกิจ (Family Continuity Planning) แล้ว KBank Private Banking ยังคงส่งมอบบริการอื่นๆ ซึ่งครอบคลุมทุกความต้องการด้านทรัพย์สินครอบครัวอย่างครบวงจรต่อเนื่อง อาทิ การบริหารความเสี่ยงทรัพย์สินครอบครัว (Financial Asset, Liability and Risk Management) การจัดโครงสร้างการถือครองทรัพย์สินครอบครัว (Asset Holding Structure)การวางแผนส่งต่อทรัพย์สินจากรุ่นสู่รุ่น (Inheritance and Wealth Transfer) การทำสาธารณกุศล (Philanthropy) ตลอดจนบริการสำนักงานครอบครัว (Family Office) ปัจจุบันให้บริการลูกค้ารวมกว่า 4,000 รายหรือประมาณ 790 ครอบครัว และมีมูลค่าทรัพย์สินครอบครัวภายใต้การบริหารงานกว่า 1.8 แสนล้านบาท*

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ของ KBank Private Banking ได้ที่ https://kbank.co/3ETkS5v