ทรัสต์ PROSPECT โชว์อัตราเช่าพื้นที่เฉลี่ยคลังสินค้าและโรงงานในโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน ย่านบางนา-ตราด กม.23 สูงเกือบ 96% หลังเดินหน้าต่อสัญญาผู้เช่าเดิมและเซ็นสัญญาผู้เช่ารายใหม่อย่างต่อเนื่อง หนุนผลการดำเนินงานสูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า ประกาศจ่ายเงินออกในรูปแบบการลดทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในอัตรา 0.2808 บาทต่อหน่วย โดยจ่ายเงินจากสภาพคล่องส่วนเกินจากการดำเนินงาน  

                              นางสาวอรอนงค์ ชัยธง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรอสเพค รีท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ PROSPECT เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์  พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล (PROSPECT) ในช่วงไตรมาส 1/2564 ยังคงแข็งแกร่งและสูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า โดยมีรายได้รวม 107.95 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 71.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีรายได้รวม 104.00 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 68.89 ล้านบาท  

               ปัจจัยมาจากการบริหารโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลดีต่ออัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยไตรมาส 1/2564 ที่เพิ่มขึ้นเกือบ 96% เทียบกับไตรมาส 4/2563 ที่มีอัตราเช่าพื้นที่เฉลี่ย 95% โดยเป็นผลมาจากการต่อสัญญากับผู้เช่ารายเดิมได้มากกว่า 90% และทำสัญญากับผู้เช่ารายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 4 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เช่น ธุรกิจอาหาร ธุรกิจโลจิสติกส์ เป็นต้น ขณะที่อัตราค่าเช่าคลังสินค้าและโรงงานในโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน หรือ Bangkok Free Trade Zone (BFTZ) บางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 23 ซึ่งเป็นทรัพย์สินของกองทรัสต์ฯ ณ สิ้นไตรมาส 1/2564 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากช่วงปลายปีที่ผ่านมาที่กองทรัสต์ฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

               “ในช่วงที่ผ่านมาทางโครงการ BFTZ ให้ความสำคัญกับการวางมาตรการด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัดเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาด โดยมีการประสานงานกับผู้เช่าอยู่ตลอด และประสานงานกับทางหน่วยงานราชการที่ดูแลเกี่ยวกับสถานการณ์ COVID-19 เพื่อให้ผู้เช่าในโครงการได้รีบข่าวสารที่ถูกต้อง ครบถ้วน ดังนั้นแม้สถานการณ์ COVID-19 ระลอกใหม่มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว แต่ผู้เช่าในโครงการ BFTZ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิต นำเข้า และส่งออก ยังคงดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง” นางสาวอรอนงค์ กล่าว

               ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายลดทุนชำระแล้วแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในอัตรา 0.2808 บาทต่อหน่วย  กำหนดปิดสมุดทะเบียนเพื่อกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยทรัสต์ที่มีสิทธิได้รับเงินลดทุน (Book Closing Date)  ในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ และจะจ่ายเงินในวันที่ 10 มิถุนายน 2564 โดยการจ่ายเงินออกให้ผู้ถือหน่วยดังกล่าว เป็นการจ่ายจากส่วนลดทุนจากสภาพคล่องส่วนเกินจากการดำเนินงาน ซึ่งเกิดจากการบันทึกการขาดทุนทางบัญชีที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริงจากการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ของกองทรัสต์ฯ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2564 ด้วยวิธีคิดลดจากกระแสเงินสด (Discounted Cash Flow) โดยมีมูลค่าทรัพย์สินจากการประเมินครั้งนี้อยู่ที่ 3,343.6 ล้านบาท อย่างไรก็ตามมูลค่าทรัพย์สินภายหลังการประเมินดังกล่าว มีมูลค่าที่สูงกว่ามูลค่าประเมินต่ำสุดเดิมที่เคยทำไว้ในช่วงที่กองทรัสต์ฯ จะเข้าลงทุนในทรัพย์สินครั้งแรก

               ขณะที่แนวโน้มการดำเนินงานของกองทรัสต์ฯ ในช่วงไตรมาส 2/2564 มั่นใจว่าจะมีผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่องและสามารถจ่ายประโยชน์ตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอ โดยไตรมาสที่ผ่านมายังไม่มีผู้เช่าทรัพย์สินรายใดขอผ่อนผันหรือผิดนัดชำระค่าเช่า นอกจากนี้ยังมีผู้เช่ารายใหม่ที่แสดงความต้องการเช่าพื้นที่และอยู่ระหว่างการเจรจาเป็นจำนวนมาก จากอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งจะส่งผลดีต่ออัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยในอนาคต