เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา Yili Group ได้เผยแพร่รายงานประจำปี 2565 ซึ่งระบุว่า บริษัทมีรายได้รวมและกำไรสุทธิสูงถึง 1.23171 แสนล้านหยวน (1.78 หมื่นล้านดอลลาร์) และ 9.431 พันล้านหยวน (1.36 พันล้านดอลลาร์) เพิ่มขึ้น 11.37% และ 8.34% เมื่อเทียบเป็นรายปีตามลำดับ โดยทั้งรายได้รวมและกำไรสุทธิต่างทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ Yili ยังคงครองความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นมของเอเชียในปีงบการเงิน 2565  ขณะเดียวกัน รายงานประจำไตรมาส 1 ปี 2566 ที่เผยแพร่ในวันเดียวกันได้แสดงให้เห็นว่า Yili ยังคงเป็นผู้นำในการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมด้วยการเติบโตอย่างมั่นคง โดยบริษัทมีรายได้รวม 3.3441 หมื่นล้านหยวน (4.83 พันล้านดอลลาร์) และกำไรสุทธิ 3.615 พันล้านหยวน (520 ล้านดอลลาร์) เพิ่มขึ้น 7.71% และ 2.73% เมื่อเทียบเป็นรายปีตามลำดับ

พัฒนาโดยเอื้อประโยชน์ต่อพันธมิตรในอุตสาหกรรม

นับเป็นเวลากว่าทศวรรษแล้วที่ Yili ได้จัดหาเงินทุนให้กับห่วงโซ่อุตสาหกรรมเพื่อลดความเสี่ยงจากการดำเนินงานสำหรับพันธมิตรในอุตสาหกรรม โดย ณ สิ้นปี 2565 บริษัทได้ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ฟาร์มโคนมและร้านค้ารวม 10,974 แห่ง ด้วยการจัดหาเงินทุนรวมทั้งสิ้นถึง 1.1816 แสนล้านหยวน (1.708 หมื่นล้านดอลลาร์)ในตลาดต่างประเทศนั้น Oceania Dairy ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Yili ได้ลงนามในสัญญาซื้อนมจากฟาร์มโคนมท้องถิ่นรวม 73 แห่งในนิวซีแลนด์ ส่งผลให้ราคาน้ำนมมีเสถียรภาพและแข่งขันได้

เดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ในโลกยุคปัจจุบันที่ทั่วโลกต่างตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Yili ได้สร้างชื่อเสียงให้ตนเองในฐานะผู้บุกเบิกโครงการสีเขียวและคาร์บอนเป็นศูนย์หลายโครงการ และจากการสำรวจแนวทางใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนด้วยความมุ่งมั่นที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนทั่วทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมภายในปี 2593 Yili ไม่เพียงแต่สร้างโรงงานอาหารปลอดคาร์บอนแห่งแรกในจีนเท่านั้น แต่ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและลดคาร์บอนลงเพื่อผู้บริโภคอีกด้วย  ณ สิ้นปี 2565 Yili ได้ดำเนินโครงการประหยัดพลังงานและลดการปล่อยมลพิษรวม 1,049 โครงการ และมีโรงงาน 31 แห่งที่ผ่านการรับรอง “โรงงานสีเขียว” ระดับประเทศ ส่วนในระดับโลกนั้น Yili Group ได้จัดตั้งกลุ่มความร่วมมือคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon Alliance) ร่วมกับพันธมิตรหลักจากนานาประเทศ 43 ราย โดยมีจุดประสงค์เพื่อร่วมกันพัฒนาโซลูชันสำหรับการลดคาร์บอน และแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น

เร่งดำเนินกลยุทธ์เจาะตลาดท้องถิ่นทั่วโลก

Yili กำลังเดินหน้าขยายธุรกิจไปสู่ตลาดต่างประเทศ โดยมีความมุ่งมั่นในการผสานรวมองค์กรเข้ากับชุมชนท้องถิ่นอย่างกลมกลืน ตลอดจนดำเนินโครงการเพื่อเติมเต็มความรับผิดชอบที่มีต่อสังคมสำหรับในประเทศอินโดนีเซียนั้น ไอศกรีม Joyday ของบริษัทได้กลายเป็นหนึ่งในสี่แบรนด์ไอศกรีมชั้นนำในท้องถิ่น นอกจากนี้ 85% ของวัตถุดิบหลักและวัตถุดิบเสริมที่ใช้ในฐานการผลิตยังมาจากซัพพลายเออร์ในท้องถิ่นอีกด้วย ส่วนในประเทศนิวซีแลนด์นั้น Yili Group ได้ดำเนินการปรับปรุงบริษัท Westland Milk Products อย่างครอบคลุมจนเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยในปี 2565 และปัจจุบัน Westland Milk Products ได้เพิ่มกำลังการผลิตเนยคุณภาพสูงจากวัวกินหญ้า (Grass-fed butter) เป็น 42,000 ตันต่อปี ส่งผลให้เป็นโรงงานผลิตเนยที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งตะวันตกของประเทศ

ทั้งนี้ ในปี 2565 Yili มีรายได้จากธุรกิจในต่างประเทศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยอัตราการเติบโตสูงถึง 52.2% (1 ดอลลาร์สหรัฐ ≈ 6.92 หยวน)