เมื่อไม่นานมานี้เหตุการณ์ประวัติศาสตร์เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง เมื่อ Rolls-Royce Silver Ghost 1701 ได้ย้อนรอยการขับทดสอบอันน่าทึ่งของ London-Edinburgh Trial เหมือนเมื่อครั้งในปีพ.ศ. 2454 ด้วยยนตรกรรมแห่งชัยชนะ Silver Ghost หมายเลขแชสซี 1701 ในการเดินทางสองวันได้พยายามใช้เส้นทางเดิมบนทางหลวง Great North Road ที่เคยใช้ทดสอบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเริ่มต้นจาก Royal Automobile Club ถนนพอลมอลล์ การเดินทางปิดฉากลงด้วยงานเลี้ยงฉลองที่จัดขึ้นที่ Rolls-Royce Motor Cars Edinburgh ทั้งนี้ เกียร์ถูกล็อกที่ความเร็วสูงสุดตลอดเส้นทางมุ่งหน้าสู่เมือง เอดินเบอระเช่นเดียวกับที่เคยถูกกำหนดไว้ในการทดสอบเมื่อครั้งในอดีต ยนตรกรรมคันนี้ได้รับการออกแบบให้เป็น ‘Experimental Speed Car’ ผ่านการทดสอบการขับทดสอบครั้งแรกเดิมที่ล็อกเกียร์ที่ความเร็วสูงสุดตลอดระยะทางไป-กลับ 799 ไมล์ระหว่างเมืองหลวงทั้งสองแห่ง และเพื่อพิสูจน์ว่ารถยนต์ไม่ได้รับการดัดแปลงสภาพใด ๆ รถยนต์ได้ถูกทดสอบอีกครั้งทันทีภายหลังการทดสอบ London-Edinburgh Trial โดยสามารถทำความเร็วที่ 78.2 ไมล์ต่อชั่วโมงในระยะทางครึ่งไมล์ นอกจากนี้ ยังเป็นยนตรกรรมโรลส์-รอยซ์คันแรกที่ทำความเร็วมากกว่า 100 ไมล์ต่อชั่วโมงในการทดสอบความเร็วครั้งต่อมาที่สนามบรู๊คแลนด์สในเมืองเซอร์เรย์

การย้อนรอยอดีตครั้งนี้ได้พยายามให้ใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2454 มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ยนตรกรรมคันนี้ซึ่งปัจจุบันเป็นของสะสมล้ำค่าที่ไม่สามารถประเมินค่าได้สวมเลขทะเบียน R-1075 ได้ออกเดินทางในวันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564 เวลา 6.00 น. จากสำนักงานใหญ่ของ Royal Automobile Club บนถนนพอลมอลล์ (ที่ดูแลการขับทดสอบเมื่อครั้งแรกเดิม) เพื่อเดินทางสู่เมืองเอดินเบอระบนเส้นทางใกล้เคียงเส้นทางเดิมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ตามทางหลวง Great North Road เส้นเก่าที่ความเร็วเกียร์สูงสุดเหมือนเมื่อครั้ง 110 ปีก่อน การเดินทางปิดฉากลงด้วยงานเลี้ยงรับรองที่จัดขึ้นอย่างอลังการที่ Rolls-Royce Motor Cars Edinburgh ในวันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564

Andrew Ball, Head of Corporate Relations, Rolls-Royce Motor Cars กล่าวว่า “Silver Ghost 1701 มีพื้นที่พิเศษที่ไม่เหมือนใครอยู่ในเรื่องราวประวัติศาสตร์ และการเป็นที่โปรดปรานของแบรนด์ เป็นเรื่องยากที่จะนึกได้ว่ายังมีรถยนต์จำนวนมากที่ยังคงสมรรถนะเช่นเดียวกับเมื่อ 110 ปีที่แล้วได้อีก ยนตรกรรมที่ไม่ธรรมดาคันนี้เป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติแก่คนรุ่นก่อนที่ดีไซน์ ออกแบบทางวิศวกรรม และสร้างสรรค์ให้เป็นรูปธรรม เราภูมิใจที่จะยังคงทำงานและส่งเสริมค่านิยมของพวกเขาให้ปรากฏในยนตรกรรมโรลส์-รอยซ์ยุคปัจจุบันต่อไป ที่ยังคงครองตำแหน่งยนตรกรรมที่ดีที่สุดในโลก”