รายงานข่าวจากบริษัทสไปเบอร์ อิงค์ ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทย (BOI) แล้ว และมีแผนที่จะก่อสร้างโรงงานเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อผลิตโปรตีนชีวภาพ ที่นิคมอุตสาหกรรมอิสเทิร์น ซีบอร์ด จังหวัดระยอง นับเป็นการขยายธุรกิจในต่างประเทศครั้งแรกของบริษัทฯ โดยโรงงานนี้จะเป็นโรงงานผลิตโปรตีนชีวภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีกำลังการผลิตหลายร้อยตันต่อปี และเป็นฐานปฏิบัติการเพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการหมักและผลิต คาดว่าโรงงานจะเปิดอย่างเป็นทางการในราวปีพ.ศ. 2563  ทั้งนี้สิทธิพิเศษที่ได้รับจากBOI คือได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรและวัสดุ รวมทั้งการยกเว้นภาษีนิติบุคคล 10 ปี

        “ปัจจัยหลักที่สไปเบอร์ เลือกลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่สมบูรณ์แบบ มีทรัพยากรชีวมวลจากภาคเกษตรกรรม ซึ่งจำเป็นต่อการผลิตเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีเครือข่ายที่แข็งแกร่งรองรับในอุตสาหกรรมที่สไปเบอร์ ให้ความสนใจ เช่นอุตสาหกรรมสิ่งทอ  และอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับธุรกิจในอนาคต ในขณะเดียวกันยังเป็นการสนับสนุนนโยบายภาครัฐในเรื่องการส่งเสริมด้านเกษตรกรรม ที่ต้องใช้ผลผลิตมาเป็นวัตถุดิบในโรงงาน รวมไปถึงเพิ่มการสร้างงานให้กับคนไทยด้วย ทั้งนี้บริษัทฯ กำลังต้องการผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก ได้แก่วิศวกรการผลิต, วิศวกรโรงงาน,  ทรัพยากรบุคคล  ธุรการ, บัญชีและการเงิน  พนักงานขับรถ เป็นต้น

“สไปเบอร์” เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพที่ล้ำหน้าและทันสมัยที่สุดในโลก แห่งหนึ่ง  และเป็นเจ้าของสิทธิบัตรด้านนี้กว่า 200 รายการ ซึ่งวัสดุที่ผลิตจากเทคโนโลยีของบริษัทจะเป็นวัสดุที่มีความสามารถในการย่อยสลายทางชีวภาพ ไม่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม และช่วยลดการพึ่งพาทรัพยากรปิโตรเลียมแบบดั้งเดิม โดยผลผลิตจากเทคโนโลยีชีวภาพของบริษัทฯ สามารถนำไปใช้ได้ในหลายอุตสาหกรม อาทิ สิ่งทอ ยานยนต์  อุปกรณ์การแพทย์ ยางรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งการได้รับการอนุมัติจากบีโอไอเพื่อก่อตั้งโรงงานในประเทศไทย   ส่งผลให้บริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ         และคิดค้นพัฒนา นวตกรรมด้านการสร้างเส้นใยสำหรับคนรุ่นต่อไป เพื่อช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับโลกและช่วยสร้างสังคมโลกที่สงบสุขและยั่งยืน